ความเชื่อบางประการของชีอะฮฺ
อับดุลลอฮฺ บิน มุหัมมัด อัล สะละฟีย์ เขียน  
  จำนวนการเข้าชม : 106443  
ความเชื่อบางประการของชีอะฮฺ
     ความเชื่อบางประการของชีอะฮฺ
     คำนิยม
     คำนำผู้แปล
     คำนำผู้เขียน
     รอฟิเฎาะฮฺ กำเนิดขึ้นเมื่อใด ?
     ทำไมชีอะฮฺจึงได้ชื่อว่า “รอฟิเฎาะฮฺ” ?
     รอฟิเฎาะฮฺ แตกออกเป็นกี่พวก ?
     รอฟิเฎาะฮฺ มีความเชื่ออย่างไรเกี่ยวกับ “อัลบะดาอฺ”?
     รอฟิเฎาะฮฺมีความเชื่ออย่างไรเกี่ยวกับคุณลักษณะของอัลลอฮฺ ?
     รอฟิเฎาะฮฺมีความเชื่ออย่างไรเกี่ยวกับ อัลกุรอานที่มีอยู่ ซึ่งอัลลอฮฺได้ทรงสัญญาว่าจะพิ
     รอฟิเฎาะฮฺมีความเชื่อย่างไร ต่อบรรดาเศาะหาบะฮฺท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิวะสัลลัม ?
     รอฟิเฎาะฮฺ และยิว มีส่วนคล้ายกันเช่นไร ?
     รอฟิเฎาะฮฺมีความเชื่อเกี่ยวกับบรรดาอิมาม อย่างไร ?
     รอฟิเฎาะฮฺมีความเชื่อเกี่ยวกับ อัล ร็อจอะฮฺ (การฟื้นอีกครั้ง) อย่างไร?
     อะไรคือความเชื่อ อัตตะกียะห์ (การเสแสร้ง) ของพวกรอฟิเฎาะฮฺ ?
     อะไรคือความเชื่อ อัต ตีนะห์ (ดินศักดิ์สิทธิ์) ของพวกรอฟิเฎาะฮฺ ?
     รอฟิเฎาะฮฺมีความเชื่ออย่างไรต่อชาวสุนนีย์ (อะฮฺลิสสุนนะห์ วัลญะมาอะห์) ?
     อะไรคือ มุตอะห์ และมีความพิเศษเช่นไรในความเชื่อของรอฟิเฎาะฮฺ ?
     อะไรคือความเชื่อของรอฟิเฎาะฮฺเกี่ยวกับเมือง นัจฟ และ กัรบาลาอ์ และมีความพิเศษในการเยี่ย
     อะไรคือแนวความขัดแย้งระหว่างชีอะฮฺ รอฟิเฎาะฮฺ และอะฮฺลิสสุนนะห์ ?
     อะไรคือความเชื่อของรอฟิเฎาะฮฺเกี่ยวกับวันอาชูรออ์ (วันที่ 10 มุหัรร็อม) และมันสำคัญเช่นไร ?
     อะไรคือความเชื่อของรอฟิเฎาะฮฺเกี่ยวกับบัยอะห์(การให้คำปฏิญาณต่อคอลีฟะห์) ?
     ความพยายามที่จะรวมความคิดของ อะฮฺลิสสุนนะห์และความคิดของรอฟิเฎาะฮฺ ให้เข้ากัน ทำได้หรื
     อุลามาอ์รุ่นก่อนและรุ่นหลังมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับรอฟิเฎาะฮฺ ?
     สูเราะฮฺ อัล วิลายะห์ ตามความเชื่อของ รอฟิเฎาะฮฺ
     แผ่นกระดานของฟาติมะห์ ตามคำอ้าง
     ดุอาสองเจว็ดแห่งเผ่ากุเรช
     บทส่งท้าย
     หนังสืออ้างอิงที่เราขอเสนอเพื่อใช้โต้พวก รอฟิเฎาะฮฺ
     เว็ปไซต์ที่สำคัญ ที่เราขอเสนอเพื่อใช้โต้พวก ชีอะฮฺรอฟิเฏาะฮฺ ที่นับถืออิมามสิบสอง
 
อะไรคือความเชื่อของรอฟิเฎาะฮฺเกี่ยวกับเมือง นัจฟ และ กัรบาลาอ์ และมีความพิเศษในการเยี่ย

พวกชีอะฮฺได้ถือเอาสุสานและหลุมศพของบรรดาอิมาม ทั้งที่พวกเขาอ้างและที่มีจริง ว่าเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ ทั้ง กูฟะห์ กัรบาลาอ์ และ กุมม์ พวกเขาได้รายงานจาก อัศ ศอดิก ว่า หะรอมของอัลลอฮฺคือมักกะฮฺ หะรอมของรสูลคือมาดีนะห์ หะรอมของอมีรุลมุอ์มีนีนคือกูฟะห์ และของพวกเราคือกุมม์

กัรบาลาอ์ ในความเชื่อของพวกเขาดีกว่า กะอฺบะฮฺ ในหนังสือ บิหาร อัลอันวาร จาก อบี อับดิลลาฮฺ กล่าวว่า : แท้จริงอัลลอฮฺได้ตรัสแก่กะอฺบะฮฺว่า ถ้าไม่มีดินแห่งกัรบาลาอ์ เราคงไม่ให้ความสำคัญแก่เจ้า และถ้าไม่มีผู้ที่พำนักอยู่ในกัรบาลาอ์ เราคงจะไม่สร้างเจ้าและบ้านที่เจ้าอวดด้วย ดังนั้นจงนิ่งและสงบเฉย และจงถ่อมตนอย่าได้อวดและเย่อหยิ่งกับดินแดนกัรบาลาอ์ มิเช่นนั้นเราจะโกรธและส่งเจ้าไปลงนรกโลกันตร์ [1]

นอกเหนือจากนี้ ชีอะฮฺรอฟิเฏาะฮฺได้ถือว่า การไปเยี่ยมสุสานของหุเสนที่กัรบาลาอ์ดีกว่าการปฏิบัตหลักการอิสลามประการที่ห้านั้นคือบำเพ็ญฮัจญ์ ณ นครมักกะฮฺ

อัลมัจลิซีย์ ได้กล่าวในหนังสือ บิหาร อัลอันวาร จากบะชีร อัดดะฮาน เล่าว่า ฉันกล่าวแก่ อบี อับดิลลาฮฺ ว่า “หากฉันพลาดโอกาสไปประกอบพิธีฮัจญ์ ฉันต้องไปสุสานหุเสนใช่ไหม? อบี อับดิลลาฮ ตอบว่า : โอ้ บะชีร! คุณทำถูกต้องแล้ว ไม่ว่ามุอฺมินคนใดที่มาเยี่ยมสุสานหุเสน นอกเหนือจากวันอีด โดยที่เขาว่าต้องปฏิบัติเช่นนั้น เขาจะได้รับการตอบแทนเท่ากับการประกอบพิธีฮัจญ์ยี่สิบครั้ง และอุมเราะห์ที่อัลลอฮฺทรงตอบรับอีกยี่สิบครั้ง และการทำสงครามพร้อมกับรสูลหรือผู้นำที่ยุติธรรมยี่สิบครั้ง และผู้ใดที่มาเยี่ยมสุสานหุเสนในวันอะรอฟะห์(วันที่9ของเดือนซุลฮิจญะห์)ด้วยที่เขารู้หน้าที่นั้น เขาจะได้รับการตอบแทนเท่ากับการประกอบพิธีฮัจญ์หนึ่งพันครั้ง และอุมเราะห์อีกหนึ่งพันครั้งที่อัลลอฮฺทรงตอบรับ และการทำสงครามพร้อมกับรสูลหรือผู้ที่ยุติธรรมหนึ่งพันครั้ง”

ในอ้างอิงเดียวกัน พวกชีอะฮฺได้กล่าวว่า ผู้ที่ไปเยี่ยมสุสาน หุเสน ที่ กัรบาลาอ์ ล้วนเป็นผู้บริสุทธิ์ และผู้ที่ไปวุกูฟในวันอารอฟะห์นั้นคือลูกหลานซีนา(ผิดประเวณี) –ขออัลลอฮทรงให้เรารอดพ้นจากความเชื่อของชีอะฮฺดังกล่าว!!

อาลี บิน อัสบาต รายงานจาก อบี อับดิลลาฮฺ ว่า : แท้จริงอัลลอฮฺ ตะบารอกาวะตะอาลา จะทรงมองไปยังบรรดาที่ไปเยี่ยมสุสานหุเสนก่อนไปมองอารอฟะห์” ฉันถาม อบู อับดิลลาฮฺ ว่า : พระองค์อัลลอฮฺทรงจะมองมายังเราก่อนผู้ที่ไปวุกูฟที่อารอฟะห์ใช่ไหม? อบู อับดิลลาฮฺ ตอบว่า : ใช่ ฉันถามต่ออีกว่า “เป็นอย่างนั้นได้เช่นไร? อบู อับดิลลาฮฺ ตอบว่า : เพราะพวกเขานั้นเป็นลูกซินา แต่พวกเรามิใช่ลูกซินา”[2] 

นอกเหนือจากนี้ อาลี อัลสิสตานีย์ ซึ่งเป็นที่อ้างอิงของชาวชีอะฮฺ ในหนังสือของเขา มินฮาจ อัศศอลิฮีน เห็นว่าการละหมาดที่ ณ สถานที่หุเสนเสียชีวิตดีกว่าละหมาดที่มัสยิด!!

อาลี อัลสิสตานีย์ ได้กล่าวใน หัวข้อหมายเลข 562 ว่า สุนัตให้ทำการละหมาด ณ สถานที่ที่บรรดาอิมามเสียชีวิตด้วยการชะฮีด กระนั้น ยังดีกว่าการละหมาดที่มัสยิด และยังมีการรายงานว่าการละหมาด ณ สุสาน อาลี บิน อบี ตอลิบ ดีกว่าละหมาดที่มัสยิดสองแสนเท่า [3]

อับบาส อัลกาชานีย์ ซึ่งเป็นผู้รู้ของชีอะฮฺได้ยึดถือต่อกัรบาลาอ์ ด้วยความเลยเถิด เขาได้กล่าวในหนังสือ มะศอบีห์ อัล ญะนาน ว่า : ไม่เป็นที่สงสัยว่า กัรบาลาอ์ เป็นสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในอิสลาม ฉันได้อ้างถึงหลักฐานที่มีสายรายงานเรื่องสถานที่แห่งนี้มากกว่าสถานที่ใดในโลกนี้ เนื่องจากว่าดินแดนแห่งนี้เป็นดินแดนที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นดินแดนที่ได้รับการถูกเลือกด้วยความประเสริฐ ศักดิ์สิทธิ์ และสันติ เช่นเดียวกับมักกะฮฺดินแดนแห่งอัลลอฮฺ และมาดีนะห์ดินแดนแห่งรสูล นั้นคือสถานที่ที่อัลลอฮฺทรงชอบที่อยากให้บ่าวของพระองค์ทำการอิบาดะห์และดุอาต่อพระองค์ ซึ่งดินที่กัรบาลาอ์นั้นเป็นยารักษาโรค ด้วยเหตุนี้แหละทำให้กัรบาลาอ์เป็นจุดเด่น ซึ่งไม่มีสถานที่ใดในโลกนี้จะเทียบเท่ากับดินแดนแห่งนี้ได้ แม้กระทั้ง กะอฺบะฮฺ  [4]

ในหนังสือ อัล มิซาร์  ของ มุหัมมัด อัน นุมาน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ อัช เชคุล มุฟีด มีกล่าวในบทที่ว่าด้วย “ความประเสริฐของมัสยิดกูฟะห์” จาก อบี ญะฟัร อัลบากิร กล่าวว่า “หากผู้คนรับรู้ถึงความประเสริฐของสิ่งที่มีอยู่ในมัสยิดกูฟะห์ แน่นอนเขาจะต้องเตรียมยานพาหนะพร้อมสำภาระจากสถานที่ที่ห่างไกล เพื่อมายังมัสยิดกูฟะห์ แท้จริงการละหมาดฟัรฏูในมัสยิดกูฟะห์เทียบเท่ากับการทำฮัจญ์ และการละหมาดสุนัตเทียบเท่าอุมเราะห์” [5]

ในอ้างอิงเดิม ในบทที่ว่าด้วย “คำพูดเมื่อยืนอยู่ ณ ที่เกิดเหตุ” นั่นคือผู้มาเยือนหลุมฝังศพหุเสน ต้องชี้ไปด้วยมือขวา และกล่าวดุอาที่ยาวเหยียด และส่วนหนึ่งของบทดุอาก็คือ “และฉันได้มาเยือนท่าน เพื่อใคร่วอนความมั่นคงในการอพยพมาสู่ท่าน และฉันมั่นใจอย่างเหนียวแน่นว่าองค์อภิบาลจะคลายความทุกข์ด้วยสิทธิของท่าน พระองค์จะส่งความเมตตาเพราะมีท่าน พระองค์ทรงกำกับผืนแผ่นดินไม่ให้วินาศ ด้วยเหตุที่มีท่านอยู่ พระองค์ทรงตรึงภูเขาไว้ให้ยืนหยัดด้วยท่านอีกเช่นกัน แน่แท้ ฉันได้ขอไปยังพระองค์ ด้วยสิทธิ์แห่งท่าน เพื่อความลุล่วงในการงานทุกประการ และขอผ่อนโทษจากความผิดและบาปทั้งปวง [6]

ท่านผู้อ่านจงดูเถิด คนเหล่านี้ได้ตกลงไปในหลุมแห่งการตั้งภาคีเช่นไร พวกเขาได้ขอจากสิ่งอื่นนอกจากอัลลอฮฺ และขอการอภัยโทษจากมนุษย์ ในขณะที่อัลลอฮฺทรงตรัสว่า

 (وَمَنْ يَغْفِرُ الذُّنُوبَ إِلَّا اللَّهُ )

ความว่า : และไม่มีผู้ใดอีกที่อภัยโทษได้ นอกเสียจากอัลลอฮฺ                         ] อัล อิมรอน 3 : 135 ]

 

ขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺให้เรารอดพ้นจากชีริกด้วยเถิด อามีน

 

*****

 



[1] หนังสือ บิหาร อันอันวาร (10/107)

[2] บิหาร อัลอันวาร โดย อัลมัจลิซีย์ 85/98

[3] ดู มะศอบีห์ อัล ญะนาน โดย อับบาส อัล กาชานีย์ หน้า 360

[4] ดู มะศอบีห์ อัล ญะนาน โดย อับบาส อัล กาชานีย์ หน้า 360

[5] ดู อัล มิซาร์  โดย มุหัมมัด อัน นุมาน หน้า 20

[6] ดู อัล มิซาร์  หน้า 99


 
Retour a la page principale
قسم الأخـبـار :: الدفاع عن السنة