ความเชื่อบางประการของชีอะฮฺ
อับดุลลอฮฺ บิน มุหัมมัด อัล สะละฟีย์ เขียน  
  จำนวนการเข้าชม : 109415  
ความเชื่อบางประการของชีอะฮฺ
     ความเชื่อบางประการของชีอะฮฺ
     คำนิยม
     คำนำผู้แปล
     คำนำผู้เขียน
     รอฟิเฎาะฮฺ กำเนิดขึ้นเมื่อใด ?
     ทำไมชีอะฮฺจึงได้ชื่อว่า “รอฟิเฎาะฮฺ” ?
     รอฟิเฎาะฮฺ แตกออกเป็นกี่พวก ?
     รอฟิเฎาะฮฺ มีความเชื่ออย่างไรเกี่ยวกับ “อัลบะดาอฺ”?
     รอฟิเฎาะฮฺมีความเชื่ออย่างไรเกี่ยวกับคุณลักษณะของอัลลอฮฺ ?
     รอฟิเฎาะฮฺมีความเชื่ออย่างไรเกี่ยวกับ อัลกุรอานที่มีอยู่ ซึ่งอัลลอฮฺได้ทรงสัญญาว่าจะพิ
     รอฟิเฎาะฮฺมีความเชื่อย่างไร ต่อบรรดาเศาะหาบะฮฺท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิวะสัลลัม ?
     รอฟิเฎาะฮฺ และยิว มีส่วนคล้ายกันเช่นไร ?
     รอฟิเฎาะฮฺมีความเชื่อเกี่ยวกับบรรดาอิมาม อย่างไร ?
     รอฟิเฎาะฮฺมีความเชื่อเกี่ยวกับ อัล ร็อจอะฮฺ (การฟื้นอีกครั้ง) อย่างไร?
     อะไรคือความเชื่อ อัตตะกียะห์ (การเสแสร้ง) ของพวกรอฟิเฎาะฮฺ ?
     อะไรคือความเชื่อ อัต ตีนะห์ (ดินศักดิ์สิทธิ์) ของพวกรอฟิเฎาะฮฺ ?
     รอฟิเฎาะฮฺมีความเชื่ออย่างไรต่อชาวสุนนีย์ (อะฮฺลิสสุนนะห์ วัลญะมาอะห์) ?
     อะไรคือ มุตอะห์ และมีความพิเศษเช่นไรในความเชื่อของรอฟิเฎาะฮฺ ?
     อะไรคือความเชื่อของรอฟิเฎาะฮฺเกี่ยวกับเมือง นัจฟ และ กัรบาลาอ์ และมีความพิเศษในการเยี่ย
     อะไรคือแนวความขัดแย้งระหว่างชีอะฮฺ รอฟิเฎาะฮฺ และอะฮฺลิสสุนนะห์ ?
     อะไรคือความเชื่อของรอฟิเฎาะฮฺเกี่ยวกับวันอาชูรออ์ (วันที่ 10 มุหัรร็อม) และมันสำคัญเช่นไร ?
     อะไรคือความเชื่อของรอฟิเฎาะฮฺเกี่ยวกับบัยอะห์(การให้คำปฏิญาณต่อคอลีฟะห์) ?
     ความพยายามที่จะรวมความคิดของ อะฮฺลิสสุนนะห์และความคิดของรอฟิเฎาะฮฺ ให้เข้ากัน ทำได้หรื
     อุลามาอ์รุ่นก่อนและรุ่นหลังมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับรอฟิเฎาะฮฺ ?
     สูเราะฮฺ อัล วิลายะห์ ตามความเชื่อของ รอฟิเฎาะฮฺ
     แผ่นกระดานของฟาติมะห์ ตามคำอ้าง
     ดุอาสองเจว็ดแห่งเผ่ากุเรช
     บทส่งท้าย
     หนังสืออ้างอิงที่เราขอเสนอเพื่อใช้โต้พวก รอฟิเฎาะฮฺ
     เว็ปไซต์ที่สำคัญ ที่เราขอเสนอเพื่อใช้โต้พวก ชีอะฮฺรอฟิเฏาะฮฺ ที่นับถืออิมามสิบสอง
 
รอฟิเฎาะฮฺมีความเชื่ออย่างไรเกี่ยวกับ อัลกุรอานที่มีอยู่ ซึ่งอัลลอฮฺได้ทรงสัญญาว่าจะพิ

 แท้จริงพวกรอฟิเฎาะฮฺ ที่ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันในนามของ ชีอะฮฺ อ้างว่าอัลกุรอานที่มีในปัจจุบันไม่ใช่ อัลกุรอานเล่มเดียวกับที่อัลลอฮฺได้ทรงประทานลงมายังนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิวะสัลลัม แต่เป็นอัลกุรอานที่ได้ถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติม และตัดแต่งมาแล้ว นักรายงานหะดีษของชีอะฮฺส่วนใหญ่เชื่อว่า อัลกุร อานนั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข ดังที่ อัลนูรี อัล ฎ๊อบเราะซีย์ ได้กล่าวไว้ใน หนังสือ “ฟัศลุลคิตอบ ฟี ตัหฺรีฟ  กิตาบร็อบบิล อัรบาบ”[1]

มุหัมมัด บิน ยะกูบ  อัล กุลัยนีย์ ได้บันทึกในหนังสือ “อุศูล อัลกาฟีย์” ภายใต้หัวข้อเรื่อง “แท้จริงไม่มีผู้ใดสามารถรวบรวมอัลกุรอานทั้งหมด นอกจากบรรดาอิมามเท่านั้น” ว่า  ญาบีร กล่าวว่า : ฉันได้ฟัง อบู ญะอฺฟัร กล่าวว่า  “ไม่มีผู้ใดที่อ้างตนว่า ได้รวบรวมอัลกุรอานทั้งหมด ดังที่อัลลอฮฺได้ทรงประทานลงมา นอกจากคนผู้นั้นต้องเป็นคนโป้ปดอย่างที่สุด (แท้จริง)ไม่มีผู้ใดที่สามารถรวบรวมและท่องจำอัลกุรอานได้ดังที่อัลลอฮฺทรงประทานลงมา เว้นแต่ท่านอาลี บิน อบีตอลิบ และบรรดาอิมามหลังจากท่านเท่านั้น”[2]

ญาบิร ได้รายงานจาก อบูญะอฺฟัร ว่า เขาได้กล่าวว่า “ไม่มีผู้ที่สามารถอ้างได้ว่า อัลกุรอาน มีอยู่กับเขาทั้งหมด นอกจากผู้ที่ได้รับการวะศิยัตเท่านั้น”[3]

ฮิชาม บิน สาลิม รายจาก อบูอับดิลลาฮฺ กล่าวว่า “แท้จริงอัลกุรอานที่มลาอิกะฮฺ ญิบรีล(ฑูตจากอัลลอฮฺ) นำมาประทานให้แก่ท่านนบีมุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิวะสัลลัม นั้น เป็นจำนวนหนึ่งหมื่นเจ็ดพันโองการ”[4] ความหมายดังกล่าวคือ พวกชีอะฮฺรอฟิเฏาะฮฺได้อ้างว่า อัลกุรอานที่แท้จริงนั้นมีมากกว่า        อัลกุรอานที่มีอยู่ในปัจจุบันสามเท่า ซึ่งพระองค์อัลลอฮฺได้สัญญาว่าจะเป็นผู้พิทักษ์  เราขอห่างไกลจากพวกชีอะฮฺด้วยพระองค์ อัลลอฮฺ

อะหฺมัด อัล ฎ็อบเราะซีย์  ได้รายงานในหนังสือ “อัลอิหฺติญาจ”  ว่า: อุมัร ได้กล่าวแก่  ซัยดฺ บิน ษาบิต ว่า : “แท้จริงอาลีได้นำอัลกุรอานที่มีการเปิดโปงความเลวของชาวมุฮาญิรีน และอันศอร์มายังฉัน ดังนั้นเราเห็นว่าจำเป็นต้องเขียนอัลกุรอานขึ้น(ใหม่) และตัดส่วนที่มีการเปิดโปง และบั่นทอนสถานภาพของชาวมุฮาญิรีนและอันศอร์นั้นทิ้งไปเสีย”. 

ซัยดฺตอบรับอย่างเห็นด้วยกับข้อเสนอของอุมัร แต่ก็ได้ถามอุมัรว่า: “ถ้าหากว่าอาลีได้นำอัลกุรอานที่เขาเขียนขึ้นมาเปิดเผยแก่สาธารณชน หลังจากที่ฉันเสร็จจากการเขียนอัลกุรอานดังที่ท่านขอแล้ว ความพยายามของท่านมิสูญเปล่าดอกหรือ?”

 ดังนั้นอุมัรจึงถามว่า “แล้วเราจะเลี่ยงมันอย่างไรดี ?”

ซัยดฺ ตอบกลับไปว่า “ท่านน่าจะรู้จักวิธีดีกว่าเรา” 

อุมัรจึงตอบไปว่า :  “ไม่มีวิธีใดที่จะสามารถเลี่ยง(จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้) นอกเสียจากเราต้องฆ่าและกำจัดอาลีให้พ้นทางเสีย แล้วเราจะได้พักผ่อนเสียที”  ดังนั้นอุมัรจึงได้วางแผนให้ คอลิด บิน อัลวะลีด กำจัดอาลีเสีย แต่แผนการนั้นไม่สำเร็จ…

หลังจากที่อุมัรได้ขึ้นเป็นเคาะลีฟะฮฺ เหล่าเศาะหาบะฮฺได้ร้องขอให้อาลี มอบอัลกุรอานที่ท่านครอบครองอยู่ให้แก่พวกเขา เพื่อที่พวกเขาจะได้นำไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขเสียใหม่.

อุมัรเอ่ยขึ้นว่า : “นี่ อบูล หะสัน!  ทำไมท่าน ไม่นำ          อัลกุรอาน ที่ท่านเคยนำไปยังอบูบักร มาให้เราหล่ะ เพื่อที่เราจะได้ปฎิบัติมัน?”

อาลีตอบว่า : ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะแท้จริงที่ฉันนำไปให้ อบูบักร ดูนั้น เพื่อเป็นหลักฐานมัดตัวเขา และเพื่อไม่ให้พวกท่านสามารถแย้งได้ในวันกียามัตว่า

 ( ... إنَّا كُنَّا عَن هَذا غَافِلِينَ )

 

ความว่า “แท้จริงพวกเราได้หลงลืมต่อสิ่งนี้”  หรือ

  อ้างว่า                                        ( อัล อะรอฟ 27:172)

                                      

 ( ... مَا جِئتَنَا .. )

 

ความว่า “ท่านไม่ได้นำมาบอกแก่เรา”

                                       ( อัล อะรอฟ 27:129)

 

ที่จริงไม่มีผู้ใดที่สามารถจับต้องอัลกุรอานนี้ได้ นอกจากบรรดาผู้บริสุทธิ์ และผู้ที่ได้รับการสืบทอดในหมู่ลูกหลานของฉันเท่านั้น”.

อุมัร ถามว่า : “มีการกำหนดเวลาแห่งการเปิดเผยอย่างแน่นอนไหม?”

 อาลี ตอบกลับว่า : แน่นอน เมื่อมีผู้ที่ยืนหยัดในหมู่ลูกหลานฉันได้เปิดเผยมัน และเรียกร้องผู้คนให้ใช้มัน” [5]

ถึงแม้พวกชีอะฮฺ ต่างแสดงตนบอกปัดและปฎิเสธหนังสือของ อัลนูรีย์ อัล ฎ็อบเราะซีย์ เพื่อปกปิดความจริงตามความเชื่อของพวกเขาที่เรียกว่า  “อัลตะกิยะฮฺ” แต่เป็นที่ประจักษ์ว่า หนังสือเล่มนี้เต็มไปด้วยหลักฐานนับร้อย ที่ได้อิงมาจากเหล่าผู้รู้จากหนังสือที่ได้รับการเชื่อถือของพวกเขา หลักฐานเหล่านี้บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า พวกเขาต่างเชื่อมั่นและยืนยันอย่างแข็งขันว่า อัลกุรอานที่มีอยู่ปัจจุบันนั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขอย่างแน่นอน แต่เพื่อมิให้เป็นการสร้างความวุ่นวายเกี่ยวกับความเชื่อของพวกเขาที่มีต่อ   อัลกุรอาน ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามปกปิดความเชื่อนี้ต่อหน้าประชาชนทั่วไป.

สรุปแล้ว อัลกุรอานนั้นมีอยู่สองเล่ม คือเล่มที่รู้กันทั่วไป และเล่มที่ถูกซุกซ่อนอยู่ ซึ่งเป็นที่รู้กันเฉพาะวงในเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วยสูเราะฮฺ อัล วิลายะฮฺ ที่ชีอะฮฺอ้างว่าถูกตัดออกไปจากอัลกุรอานฉบับปัจจุบัน ดังที่ อัลนูรีย์ อัล ฎ๊อบเราะซีย์ ได้กล่าวในหนังสือของเขาชื่อว่า “ฟัศลุลคิตอบ ฟี ตัหฺรีฟ  กิตาบร็อบบิล อัรบาบ” ซึ่งอายัตที่มีความหมายว่า “และเราได้ทำให้อาลีนั้นเป็นเขยของเจ้า” พวกเขาอ้างว่าอายัตนี้ถูกตัดออกไปจากสูเราะฮฺ อัช ชัรหฺ[6] พวกเขาไม่รู้สึกกระดากหรือเก้อเขินเลยที่กล่าวเช่นนั้น ทั้งๆที่พวกเขาเองรู้อยู่เต็มอกว่า สูเราะฮฺนี้ถูกประทานลงมาที่นครมักกะฮฺ(ก่อนการฮิจเราะฮฺ) ซึ่งขณะนั้นอาลียังไม่ได้เป็นเขยท่านนบีแต่อย่างใด…!

 

*****

 



[1] ดูหนังสือดังกล่าว โดย หุเส็น บิน มุหัมมัด ตะกีย์ อัลนูรี อัล ฎ๊อบเราะซีย์ หน้า 32

[2] อุศูล อัลกาฟีย์ โดย อัล กุลัยนีย์ (1/284)

[3] อ้างอิงเดิม (1/285)

[4] อุศูล อัลกาฟีย์ โดย อัล กุลัยนีย์ (2/634) และ อัลมัจลิซีย์ ซึ่งเป็นผู้รู้ของพวกชีอะฮฺได้กล่าวด้วยความมั่นใจหนังสือของเขาชื่อ มิรอาตุลอุกูล (12/525) ว่า หะดีษดังกล่าวนั้นเชื่อถือได้ และกล่าวต่ออีกว่า การรายงานนั้นถูกต้อง  และมีการรายงานจำนวนมากที่ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าอัลกุรอานมีจำนวนไม่ครบและถูกเปลี่ยนแปลง และฉันมีความเห็นว่าสายรายงานเรื่องนี้มีความหมายที่ถูกต้อง

[5] ดู อัลอิหฺติญาจ ของ อัล ต็อบเราะซีย์ หน้า 225 และ ฟัศลุล คิต็อบ หน้า 7

[6] ดู หนังสือ ฟัศลุลคิตอบ ฟี ตัหฺรีฟ  กิตาบร็อบบิล อัรบาบ โดย อัลนูรี อัล ฎ๊อบเราะซีย์ หน้า 347


 

 
Retour a la page principale
قسم الأخـبـار :: الدفاع عن السنة